ปริญญาชีวิตนักขายภาพ

ปริญญาชีวิตนักขายภาพ

ปริญญาชีวิตนักขายภาพ

ไม่ต้องซีเรียส เขียนเล่นๆ สร้างหลักสูตรเอง เรียนเอง มอบให้ตัวเอง 555

ผมเคยเขียนเรื่องจบปริญญาตรี ขายภาพเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้จบปริญญาโทแล้ว และได้วางแผนไปจนจบปริญญาเอก

นั่นคิดหลักสูตรเล่นๆ สมมุติเทียบการทำงาน stockphoto กับการเรียนในสถาบันการศึกษา

การเรียนในชั้น ประถมมัธยม หรือการฝึกพื้นฐานต่างๆในการทำงานมาเรื่อยๆ ต่างคนเรียนมาไม่เท่ากันมากบ้างน้อยบ้าง บางคนแทบไม่ได้อะไรเลย มาเรียนใหม่หมดตอนอยู่มหาลัยเลยก็มี

เอาเป็นว่าเราเริ่มนับกันที่ระดับมหาวิทยาลัยกันเลย คือคิดว่าทุกคนมีพื้นฐานการผลิตงานกันมาบ้างละไม่มากก็น้อย ทั้งเรื่องถ่ายภาพ vdo vector เพราะทุกวันนี้มันแทบจะเป็นทักษะพื้นฐานของแต่ละคนอยู่แล้ว อย่างน้อยมือถือก็ทำได้ถ่ายอาหารลง IG กันเป็นเรื่องปรกติ

จากที่เคยจบมาก่อนเป็นรุ่นแรก ระดับปริญญาตรี 4 ปีแรกน่าจะต้องผ่านการเรียนรู้ต่างๆคล้ายๆแบบนี้

ปีแรก Freshy

เรียนรู้ที่จะส่งงานสอบ สมัครตามเว็บขายภาพต่างๆ วิธีการส่งขาย การเขียนใบรับรองลิขสิทธิ์ต่างๆ แบบงงๆ taxform คืออะไร?  ตกด้วยข้อหาแปลกประหลาด หาเหตุผลด้วยตัวเองไม่ได้

ในช่วงแรกๆเหมือนกันทุกคน ตลอด 1 ปีไม่รู้อะไรมากนัก เวลาเกือบทั้งปีหมดไปกับการต่อสู้กับการตรวจงาน ทะเลาะกับ Inspector  แค่ให้ผ่านได้ 50% ก็หรูแล้ว  โดนรับน้องจากยอดโหลดหรูๆของรุ่นพี่ที่เอามาให้ดูทุกวันหน้า Facebook บางคนมีกำลังใจ บางคนก็ถอดใจซิ่วไปเลย ส่วนใหญ่ ก็ตัดสินกันปีแรกนี่แหละว่าจะไปต่อหรือเลิกไปเลย เพราะเงินล้านอย่างที่เค้าว่ากันอย่าได้หวัง ส่งให้ผ่านก็ยากแล้ว

ปี 2 รุ่นพี่จอมเก๋า

พอมียอดอวดได้ละพอให้รุ่นน้องได้ฮือฮาบ้าง เพราะปีแรกๆอะไรก็สวยหรูขายดีไปหมด เริ่มส่งงานได้เยอะ ผ่านเยอะ ยอดเงินขึ้นแบบถล่มทลายเพราะรู้แล้วว่า อะไรผ่านง่าย อะไรพอขายได้ อะไรขายดี เป็นปีที่เริ่มเรียนรู้คำว่าคุณภาพ หลังจากสู้รบกับการตรวจมานานจนถึงตอนนี้ส่งอะไรก็ผ่าน น่าจะเกินครึ่งสบายๆ  เป็นปีแห่งการค้นหางานคุณภาพ และเฝ้ามอง popular

เป็นปีที่สวยหรูและมีความสุขที่สุดของการขายภาพ มีแต่ได้เพราะงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบ เติบโต เพิ่มระดับเพิ่มส่วนแบ่ง ก็ช่วงนี้เลย ใครที่ขยันจะแตะ 10,000$ ก็ปีนี้เลย

ปี 3 ฝึกงาน

ชีวิตจริงเริ่มต้นที่ปี 3 สิ่งที่หลายๆคนจะเริ่มเจอคือ ยอดเริ่มนิ่ง ปัญหาหลายๆอย่างที่คิดไม่ถึงเริ่มมาเยือน  หลายๆเว็บที่คาดหวังไว้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง บางเว็บเคยขายดีก็ตก บางเว็บตกอาจจะดีขึ้นบ้าง เพราะเริ่มได้เรียนรู้ความจริงหลายๆอย่าง ว่าเว็บขายภาพมีการแข่งขันตลอดเวลา มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายตลอด ตลาดไม่เคยนิ่งมีความเปลี่ยนแปลงตลอดทุก 1-2 ปี อะไรที่หวังไว้เริ่มมีอุปสรรค แต่อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือตัวเราเอง สิ่งที่ต้องเจอคือเริ่มอิ่มตัว  ยอดเริ่มนิ่ง ไม่สามารถผลิตงานใหม่ๆออกมาได้ เริ่มตันบ้าง ส่งงานเยอะจนหมดมุข  งานเก่าๆเริ่มยอดตกลง เพราะหมดอายุไปตามเวลา ตามเทรนด์ หรือที่เคยเรียกว่าช่วงตั้งแคมป์

คราวนี้ได้เรียนรู้ของจริงว่า ที่ผ่านมาปีที่แล้วยังไม่ใช่ของจริง ปีนี้แหละของจริง เหมือนได้ออกจากห้องเรียนมาเจอการฝึกงานในชีวิตจริง

อาจจะต้องตั้งแคมป์กันไปทั้งปี หรือข้ามปีเลยทีเดียว 

ปี 4 จบการศึกษา ( ถ้าเอาตัวรอดผ่านปี 3 มาได้จนจบนะ )

ถ้าผ่านการตั้งแคมป์มาได้ เรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ทั้งหมด การเพิ่มปริมาณงาน การเรียนรู้การทำงานคุณภาพว่าคุณภาพคืออะไร รู้วิธิส่งงาน  รู้จักตลาดว่าอะไรขายดีอะไรขายไม่ดี     ก็จะได้มาทำวิทยานิพนธ์กัน  นั่นคือหลายคนเริ่มเรียนรู้ที่จะสร้างสไตล์งาน สร้างชื่อเสียงของตัวเอง เพราะได้ผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่มาแล้ว ถ้าผ่านมาได้ งานนี้โตขึ้นหลายเท่าตัวเลย  เหมือนเปิดประตูสู่โลกกว้างเลยทีเดียว เห็นทุกอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ ว่าจริงๆแล้วโลก stockphoto คืออะไร ยากกว่าที่คิด เหนื่อยกว่าที่เห็น แต่ถ้าทำได้ก้เหมือนอยู่อีกโลกนึงเลยรายได้จะไม่มากเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป จะไปแบบนิ่งๆเรื่อยๆค่อยๆโต แตกต่างจากปีแรกๆที่ก้าวกระโดด

รูปแบบงานหลังจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิม  เหมือนรวมประสบการณ์มาทำวิทยานิพนธ์

เพราะได้หลุดจากการตั้งแคมป์แล้ว งานจะรัดกุมขึ้น มีแผน มีรูปแบบ ตั้งแต่ การใส่ keyword  วันส่ง จำนวนครั้ง เวลาที่เหมาะสม เทศกาล อะไรส่งวันไหน จะเริ่มแตกฉานระดับนึงเลย  เอาเป็นว่ารู้ภาพรวมทั้งหมดแล้วว่าจริงๆมันคืออะไร ส่วนจะขายดีขนาดไหน ต้องออกมาทำงานจริงก่อนแล้ว ค่อยไปต่อสู้กับ เสือ สิง กระทิง แรด ในโลกกว้างกันต่อไป    ยินดีด้วยถ้าขยันมาโดยตลอดไม่หยุดส่งงาน จะจบปริญญาได้ตามหลักสูตร 4 ปี หรือย่างมากให้ 5 ปี   

ปริญญาโท พบสัจธรรมในชีวิตจริง เหมารวมเลย ปี 4-5

หลังจากนี้การทำงานไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป ทักษะแกร่งกล้าแล้ว ในระดับนี้ไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องการวางแผนล้วนๆ  ทั้งแผนการทำงาน การสร้างงานเท่าไหร่ ในแต่ละปี ส่งอะไรช่วงไหน

และที่เพิ่มเข้ามาเริ่มจะมองชีวิตตัวเองมากขึ้น หลายคนปลดหนี้สิน หลายคนเริ่มมีเงินเก็บกันแล้ว ถ้าทำเป็นอาชีพมาจนจบปริญญาตรีได้

ชีวิตจะเริ่มอิสระขึ้น ได้ออกท่องเที่ยวได้ คิดเรื่องอื่นๆนอกจากเรื่องงาน บางคนว่างจนมีเวลาออกปฎิบัติธรรมกันเลยทีเดียว

หลายคนเริ่มวางแผนการเงิน  วางแผนภาษี เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนแค่เอาตัวรอดก็เหนื่อยแล้ว อย่าคิดว่าจะมีเหลือเก็บ

หลังจากเริ่มพอมีเก็บได้ จะเริ่มวางแผนการใช้เงิน เก็บเงิน จ่ายภาษี วางแผนเบิกข้ามปี อาจรวมไปถึงเรื่องสุขภาพ และครอบครัวด้วย หลายคนจะเริ่มขอกู้ซื้อบ้านซื้อรถกัน ก็ช่วงนี้ที่รายได้เริ่มจะนิ่งแล้ว

การทำงานก็จะนิ่งๆ เรียบๆ ไม่หวือหวา ไปเรื่อยๆ กราฟไม่ขึ้นไม่ลงมาก เลี้ยงตัวไปได้เรื่อยๆ  และจะวนหลูปเดิมคือ ตั้งแคมป์ อีก 1-2 ครั้ง  เหมือนที่เคยผ่านมา เพราะไม่ว่างานแบบไหน มันก็มีจุดอิ่มตัวทั้งนั้น ไม่มีอะไรขายดีไปตลอดกาลเพราะเทรนด์เปลี่ยนตลอด  อะไรขายดีคนก็แห่ทำตามตลอด ดังนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนตามตลอด และไม่มีอะไรการันตีได้ว่า การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งจะขายดี จะแจ็คพอตแตกเหมือนที่ผ่านๆมา มีล้ม มีลุก กันเป็นปรกติ

ปริญญาเอก ปี 6-12

ระดับนี้ยังไปไม่ถึงปลายทาง แต่ผมก็ได้เริ่มๆแตะมาบ้างละ น่าจะเป็นเรื่องของการบริหาร ใช้เงินทำงานแทน หรือใช้ความรู้ประสบการณ์ทำงานแทน ไม่ต้องเหนื่อยมากเหมือนปีแรกๆ เพราะถ้าเราโตขึ้นจริงเราควรจะทำงานน้อยลงแต่รายได้มากขึ้น จึงจะถือว่าเดินมาถูกทาง

จริงๆแล้ว อาจจะมีแต่เป้าหมาย เพราะเป้าหมายที่วางไว้คือเกษียณอายุจากการทำงาน stockphoto ให้ได้ภายใน 6 ปีหรือจบปริญญาเอกพอดีนี่แหละ  เพราะถ้าเราประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ได้นั่นคือเอาควรจะมีเงินเก็บมากกพอที่จะไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป ไม่ใช่มันไม่ดีเลยต้องเลิก หรือาชีพมันจะหายไป แต่เราควรจะได้พักถ้ามันสำเร็จมากกว่า

ดังนั้นเมื่อถึงเวลานั้นจะมาเล่าอีกที