PaperboxStockphoto มายังไง…ไปไหนดี?

PaperboxStockphoto มายังไง…ไปไหนดี?

วันนี้มาคุยเรื่องทิศทางของ PaperboxStockphoto ว่าเป็นมายังไงและจะไปไหนต่อ

 
เดิมทีผมเปิด PaperboxStockphoto มาหลังจากขายภาพได้สักปีกว่าๆ เพราะก่อนนี้เราคุยกันที่เว็บ pixpros.net
 
หลังจากขายภาพมาได้ระยะนึง Facebook เริ่มมีระบบ Page เลยคิดว่าน่าจะมีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง เลยเปิดเว็บส่วนตัว ไปด้วยและเปิด Page ไปด้วย แต่คนคงไม่รู้จักเว็บแน่ๆถ้าไม่มีหน้าร้าน ดังนั้นเพจ Paperboxstockphoto จึงเกิดขึ้น
 
แต่ตอนต้นๆนั้นไม่ได้มีความมุ่งหวังเรื่องรายได้แต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการแยกเรื่องขายภาพออกจากหน้า Facebook ส่วนตัวเพราะ ผมมีเพื่อนเยอะมากเต็มอัตราที่ Facebook ให้มีได้ แล้วมีไม่กี่คนหรอกเมื่อ 5 ปีทีแล้วที่สนใจจะอ่านเรื่องขายภาพ เลยแยกมาเปิดเป็น page แทน หลังจากนั้นอีก 2 ปีก็เปิด website Paperboxstockphoto.com ( ก่อนนั้นใช้ kanatexphoto.net ใช้แสดงภาพถ่ายด้วยปนๆกันอยู่ ) ซึ่งเป็นเรื่องราวขายภาพล้วนๆ เพราะเราเริ่มไม่แน่ใจว่า Page บน Facebook มันจะโดนปิดเมื่อไหร่ อะไรก็ไม่แน่นอน ต้องมี Backup ไว้อีกแห่งที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลไว้เป็นเหมือนห้องสมุด
 
ชื่อ Paperbox นี้มาจากในช่วงนั้น งานที่ทำคืองานเกี่ยวกับกระดาษ ตัดกระดาษ ขาย และเป็นสไตล์เราที่ชัดเจน จนคนจำได้ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อ มาจาก Papercraft Blog แล้วแปลงมาเป็น PaperboxStockphoto ในที่สุด
 
ใครจะไปรู้ว่าสุดท้ายงานเราก็เปลี่ยนสไตล์ไปตลอดจนมาเป็น vector ได้ นี่แหละตลาด Stockphoto ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เริ่มต้นอย่าง กลางทางอย่าง ปลายทางอีกอย่าง ในอนาคตไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นอะไรอีก
 
รายได้ของผมส่วนใหญ่มาจากการขายด้วยตัวเองนั่นแหละครับกว่า 80%
รายได้เสริมคือ Refer จากการเปิด PaperboxStockphoto ซึ่งไม่ได้มากอย่างที่หลายคนคิดแต่ก็พอให้คุ้มค่ากับการลงทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเปิดเว็บได้
 
แน่นอนเราไม่ใช่เว็บการกุศลแบบเต็มตัว ก็ต้องมีรายได้บ้างเป็นธรรมดา ไม่งั้นคงไม่เสียเวลามานั่งเขียนกันหลายๆปีแน่นอน 555 เพราะมันเสียเวลาสร้างงานใหม่ และมีคนทำงานมาแข่งเราตลอดจนยอดเราโตขึ้นยากมาก ก็ต้องชดเชยกันไป อย่างน้อยก็เอาไว้เป็นฐานรายได้ถ้ายอดขายตก เรายังมีค่าข้าว ค่าน้ำ ค่าไฟพอใช้จ่ายได้บ้าง
 
ส่วนใครจะคิดทำบ้าง ผมเตือนเลยนะว่า อย่าทำเลย 555 ไม่ใช่จะตัดคู่แข่งนะ แต่บอกเลยว่า ยากมากและคุณจะใช้เวลากับมันมากกกกกกก จนงานตัวเองส่งได้น้อยลง รายได้ไม่ได้มากอย่างที่คิด ต้องคนที่เค้าทำมานานและมีฐานรายได้จากการขายภาพดีพอแล้ว ถึงจะพออยุ่ได้จากการเปิด Page
คุณต้องตอบคำถามทั้งวัน คำถามซ้ำ 99% นั่นคือสิ่งที่ต้องเจอ แต่ผมเลือกแล้วว่าจะเดินมาทางนี้เราก็จะต้องเดินไปด้วยกัน แต่ถ้าอยากทำก็ไม่ว่ากันลองดูอาจจะดีก็ได้นะแต่บอกเลย refer 1,000 คนอาจจะมีรายได้จริงจังไม่ถึง 10 คนเท่านั้นคิดดูละกันจะหามาจากไหนเป็นพันเป็นหมื่นคน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนที่ ss จะตัด refer เหลือ 2 ปีหน่ะพอได้ ตอนนี้เหมือนค่าขนมเมื่อเทียบกับงานที่ทำ
 
เอาหล่ะมาถึงเรื่องปัจจุบันกันบ้าง มีคนถามเยอะว่าทำไมไม่เปิดอบรม หรือเขียนหนังสือ จะรอซื้อ ก่อนอื่นเป้าหมายเดิมที่เปิดแต่แรกคือ ” Free “
 

เราไม่เน้นรายได้จากการจ้างหรือขายของ แต่จะเน้น refer อย่างเดียว คือเท่าไหร่ก็เท่านั้นไม่ซีเรียส เพราะผมรักการทำงานโดยอิสระ ได้เขียนเมื่ออยากเขียน ไม่มีอะไรมาผูกมัดว่าต้องทำอะไรตอนไหน

 

มีเว็บขายภาพมาติดต่อให้เขียนบทความผมก็ได้ปฎิเสธรับเงินแต่ก็ยังเขียนบทความขึ้นมา เพราะเราต้องการเขียนตามที่เราคิดอย่างอิสระ

 

อีกทั้งหนังสือและคอร์สมีคนทำอยู่แล้ว เราเป็น bloger ที่ต้องทราบว่าแต่ละคนควรเดินในเส้นทางของตัวเองอย่าไปเดินทับรอยกัน เป็นการให้เกียรติ และเคารพในอาชีพของแต่ละคน

เราจึงเดินบนเส้นทางของตัวเองมาโดยตลอด นั่นคือ Free เพราะเว็บขายภาพเป็นคนจ่าย คนขายภาพไม่เสียตัง  

 

แต่เลือกแบบนี้ แน่นอนหลีกเลี่ยงการติเตียนไม่ได้ คนรักมีคนเกลียดก็มากวงการนี้ค่อนข้างแรง  แต่เราเลือกแล้วก็ต้องเข้มแข็งเพื่อเป้าหมายที่วางไว้ ขอเพียงไม่เบียดเบียนกันก็พอ ติได้เตียนได้นะครับ รับฟังและพร้อมปรับปรุง 

 
มาถึงยุคนี้อย่างที่ทราบกัน รายได้ลดลงบ้างตามสถานการณ์ตลาด refer ก็ลดด้วยแน่นอน ขายเองก็ขึ้นๆลงๆ ต้องรอเวลาสักระยะน่าจะกลับไปเหมือนเดิม

.

.

.

ผมลองมองหาช่องทางการนำเสนอใหม่ๆ และสร้ายได้ใหม่ๆที่ไม่ทับเส้นทางคนอื่น นั่นคือการ Live การเป็น  Coach และ การเปิดรับ Donate คิดว่าคงยังไม่มีใครทำนะหรือมีคงไม่มาก

 
หวังว่าหลายคนคงเข้าใจ ว่าทำไมเราต้องมีรายได้เข้ามาบ้าง เพราะผมมีแผนการเงินที่วางเอาไว้แล้ว ว่าต้องมีรายได้ เท่าไหร่เพื่อไปถึงเป้าหมายในอีก 5-6 ข้างหน้าเพื่อเกษียณเราจึงหยุดนิ่งไม่ได้ก็ต้องปรับตัวกันไป โดยยังยึดแนวเดิมคือ Free แต่เพิ่ม Donate คือตามสบาย ให้ไม่ให้ก็ได้แล้วแต่คุณ ถือว่าสมัครใจ และมีการพบปะเลี้ยงข้าวกันบ้างตามสะดวกถ้ามีเวลา
ส่วนกิจกรรมเสริมเช่น หนังสือ หรืออบรม ก็ไม่แน่อาจจะมีก็ได้ แต่ในรูปแบบกิจกรรมพิเศษเท่านั้นนะไม่ได้เปิดเป็นทางการ นานๆครั้ง หรืออาจจะมีเปิดขายเสื้ออีกรอบก็ได้ เรียกว่าทำสนุกๆมากกว่า เมื่อเวลามันเหมาะสม
 
หลายคนอาจจะผิดหวังนิดหน่อยว่า เอ้านึกว่าเป็นจิตสาธารณะ 555 ก็นะคนเราต้องกินต้องใช้ นี่ก็พยายามไม่เบียดเบียนแล้วนะ Donate คือฟรีก็ได้ แล้วแต่คุณเลยผมให้อย่างเดียว แล้วผลลัพธ์ก็คงจะตามมาเอง เพราะที่เขียนและรับคำปรึกษาทั่วไปบนเว็บก็มีอยู่เป็นปรกติถามได้เหมือนเดิม มีคนอ่านเป็นหมื่นๆคน เชื่อเลยว่ามี refer ผมไม่น่าจะเกิน 20% นอกนั้นเราให้ฟรี ทั้งคนที่อ่านและที่มาถามก็ตอบหมดไม่ว่าจะ refer หรือเปล่า คิดว่าน่าจะพอไหวนะ ใช่มั้ย
 
Paperbox เคยหยุดเขียนเรื่องราวไปนานเลยช่วงนึงเกือบ 6 เดือนจนคนถามว่ายังขายภาพอยู่หรือเปล่า ก็แน่หล่ะ เราไม่ได้เปิดเพื่อหารายได้จริงจัง อยากเขียนก็เขียน เหนื่อยก็พัก ตอน ss ตัด refer นี่แทบไม่อยากเขียนเลยเอาเวลาไปเข้าถ้ำทำงานพักใหญ่เลย แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาเพราะมีคนที่เขา ฝากชีวิต ฝากความหวังเอาไว้กับเราเยอะมาก เขาไม่สามารถเดินคนเดียวได้ถ้าไม่มีคนคอยประคองเราเลยต้องกลับมา แต่คงไม่นานนะครับ ถ้าถึงเวลาที่แผนชีวิตลงตัวจริงอาจจะต้องหยุดพักยาวๆ แต่คงอีกพักใหญ่
 
ผมขออนุญาตลง Link : Donate เอาไว้ตามบทความต่างๆนะครับ ตามสไตล์ Paperbox คืออ่านฟรีมีก็แบ่งกัน ใครเห็นว่าไดเ้ประโยชน์หรือบทความเราเปลี่ยนชีวิตคุณได้ จะสนับสนุนให้ผมได้เกษียณก็ขอบคุณมาก ถ้ามีมากพอเราก็จะได้ Free กันต่อไป
 

Donate >>> paypal.me/kanate

 
ขอบคุณที่อดทนอ่านและยังสนับสนุนกันต่อไปนะครับ
 
PaperboxStockphoto by Kanate